| |
| การเลือกวัสดุเพื่อการตกแต่งภายใน
|
หลักเกณฑ์ในการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในประเภทต่างๆนั้นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆดังนี้
ความนิยมความชอบส่วนบุคคล ต้องสำรวจความชอบหรือรสนิยมส่วนตัวก่อนว่าเราต้องการให้บ้านของเรามีการตกแต่ง
ในรูปแบบใด รวมทั้งการให้มีความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับส่วนอื่นๆ และรูปแบบหน้าตาของบ้าน มิฉะนั้นแล้วภาพ
โดยรวมของบ้านก็จะไม่สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เกิดความแปลกแยกจนเกินไป พยายามควบคุมสิ่ของประดับตกแต่ง
ให้เข้ากับบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง จำนวนของตกแต่งที่มาประดับในห้องไม่ควรมีปริมาณมากและหลากรูปแบบเกินไป
ซึ่งนอกจากจะทำให้ห้องดูรกจนเกินไปแล้วจะทำให้ทำความสะอาดและจัดระเบียบยากขึ้นด้วย
ทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง วัสดุในการตกแต่งภายในประเภทต่างๆ มีราคาในการก่อสร้างถูกหรือแพงแตกต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภท คุณภาพและการใช้สอย
การเลือกวัสดุต้องพิจารณาในเรื่องทุนทรัพย์ในการก่อสร้างด้วย
การใช้งานและการดูแลรักษา การตกแต่งในบางรูปแบบอาจดูแลรักษายาก เช่น มีคิ้วมีบัวและลวดลายมากจะเป็นที่เก็บฝุ่น
ทำความสะอาดยาก ถ้าเราไม่เอาใจใส่าจจะ
ทำให้เป็นที่สะสมฝุ่นเชื้อโรค ทำให้การอยู่อาศัยไม่สะดวกสบาย ไม่ปลอดภัย
วัสดุตกแต่งภายในบางประเภทมีอายุการใช้งานสั้นดูแลรักษายาก หรือมีราคาแพงเช่น Wallpaper เราต้องพิจารณาประกอบ
เหตุผลให้ดี นอกจากนั้นควรจัดบริเวณหรือตู้สำหรับวางสิ่งของตกแต่งให้พอเพียง มิฉะนั้นอาจทำให้ ของประดับตกแต่งต้อง
วางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ และควรจัดหมวดหมู่
ของตกแต่งแยกเป็นส่วนๆ เพื่อให้เป็นระเบียบและดูแลรักษาได้ง่ายๆ
สนองตอบการใช้งานตามพื้นที่ใช้สอย เช่น ห้องที่สกปรกง่ายต้องเปียกน้ำบ่อย ควรเลือกวัสดุที่ทำความสะอาด
ง่าย ๆ ไม่เก็บความสกปรกเอาไว้ ห้องที่มีการใช้งานหนัก
ควรเลือกวัสดุที่มีความคงทนถาวร และ ห้องที่มีการใช้ระบบเสียง
ควรเลือกวัสดุที่อ่อนนุ่ม ไม่สะท้อนเสียง
การเลือกโทนสีหลักของห้อง
ห้องขนาดเล็ก ควรใช้ผนังสีขาวหรือสีอ่อนที่มีความเข้มน้อย เพื่อให้มีความรู้สึกว่าห้องมีขนาดกว้างขึ้นกว่าที่เป็นจริง
ห้องเพดานสูง ควรใช้ผนังและพื้นสีอ่อน ส่วนเพดานสีเข้มจะให้ความรู้สึกว่าเพดานต่ำกว่าสภาพของจริง
ห้องเพดานต่ำ ถ้าผนังใช้สีเข้มหรือสีสดที่มีความเข้มมาก จะทำให้มีความรู้สึกว่าเพดานเตี้ยลงมา ส่วนพื้นกับเพดานสีอ่อน
จะรู้สึกว่าห้องสูงขึ้นเพดาน
ห้องที่รูปร่างแคบและยาว หรือเนื้อที่ทางเดินที่ยาวมาก ๆ ถ้าใช้สีประเภทสีร้อนหรือสดใสที่เห็นได้ชัดเจนกับผนังด้าน
สุดปลายด้านยาว จะช่วยเน้นให้เกิดความรู้สึกว่ามี
การสิ้นสุดและช่วยขจัดความรู้สึกว่าห้องหรือทางเดินนั้นยาวเกินไป
ส่วนโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำหนัก ถ้าใช้สีเข้มที่ขรึมจะให้ความรู้สึกมั่นคง ถ้าใช้ร่วมกับผนังสีอ่อนจะเห็นส่วน
โครงสร้างเด่นชัดขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าใช้ผนังสีเข้ม
ส่วนโครงสร้างสีอ่อน จะดูส่วนโครงสร้างเด่นชัดน้อยลงและลวงตาให้
ดูมีขนาดใหญ่ขึ้น
การเลือกคู่สี
การตกแต่งห้องโดยมากจะนิยมการเลือกกลุ่มของโครงสีที่ใกล้เคียง มีความกลมกลืนกัน เช่น กรณี่เราเลือกสีโทนร้อน
โดยใช้สีพื้นเป็นสีอ่อนได้แก่ สีเปลือกไข่ไก่ โดยมี สีส้ม สีแดง หรือสีน้ำตาล เป็นส่วนตกแต่งอื่นๆ เช่นเป็นคิ้วบัว กรอบประตู
หน้าต่างเป็นต้นบางครั้งก็สามารถใช้สีที่ตรงกันข้ามกันหรือสีที่ตัดกันไปเลยเพื่อสร้างจุดเด่น เช่น การใช้สีเขียวเป็นสีพื้นตัด
กับจุดเด่นที่มีสีแดง หรือใช้สีเหลืองเป็นพื้นตัดกับจุดเด่นสีม่วง เป็นต้น การใช้สีต่างๆในห้องต้องคำนึงด้วยว่าถ้าใช้หลายสีใน
ห้องเดียวกันควรพิจารณาถึงเอกภาพของโครงสีทั้งหมด ที่จะไม่ให้ขัดกันหรือแตกแยกแนวทางกัน จนไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียว
กัน เช่น ถ้ากำหนดโครงสีโดยรวมในห้องเป็นโทนร้อน ควรกำหนดสีของวัสดุประกอบอื่นๆ ที่จะนำมาใช้เป็นโทนร้อนด้วย
เพื่อมิให้ เกิดความแตกแยกของกลุ่ม
โทนสีหรืออาจใช้วัสดุโทนเย็นได้ในบางจุดเพื่อสร้างจุดเด่น แต่ต้องใช้ปริมาณหรือพื้นที่
เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อมิให้เกิดการแตกแยกกันของกลุ่มโครงสี
สีกับการดูดซับแสง
สีเข้มจะดูดซับแสงได้มากกว่าสีอ่อน (แต่การคายความร้อนไม่ต่างกัน) สีวัสดุที่อยู่ในเวลากลางวันที่มีแสงอาทิตย์เจิดจ้า
หรืออยู่ในที่ที่ใช้ไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนส์ จะแตกต่างกันดังนั้น ในห้องที่มีความสว่างตามธรรมชาติ เช่น มีประตูหน้าต่าง
ให้แสงเข้าได้มากอยู่แล้วควรหลีกเลี่ยงการใช้สีขาวในเนื้อที่มากๆ เพราะจะทำให้เกิดการสะท้อนแสงมากเกินไป
ทำให้รบกวน
สายตาของผู้ที่อยู่ในห้องนั้นนานๆ และการเลือกใช้โครงสีภายในเนื้อที่ใด ควรปรับให้พอดีกับความมืดหรือความสว่างของ
เนื้อที่นั้นด้วย เช่น ห้องที่ค่อนข้างมืด มีด้านที่เปิดรับแสงได้น้อยถ้าใช้กลุ่มสีที่ทึบเข้มจะยิ่งทำให้ห้องมืดลงไปอีก เป็นต้น
| หน้า 1 2
3 >>
| | |